5 เหตุผล ทำไมขายของออนไลน์แล้ว เจ๊ง !!!

ON MY DREAM ได้รวบรรวม 5 เหตุผล
ว่าทำไมขายของออนไลน์แล้วล้มเหลว อยากรวยต้องอ่าน!

1.กดปุ่มโปรโมท โดยไม่ได้ตั้งกลุ่มเป้าหมาย

ปัจจุบันคนไทยมากกว่า 40 ล้านคนเล่นเฟสบุค ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่คนจำนวนทั้งหมดจะสนใจสินค้าของเรา ในทางกลับกันถ้าเราสามารถคัดคนที่สนใจสินค้าหรือบริการเราโดยเฉพาะ เราย่อมมีโอกาสปิดการขายได้สูงเช่นกัน คำถามที่เราพบบ่อยคือ ทำไมฉันก็ทำโฆษณาบนเฟสบุค มีแต่ยอดไลค์มากมายแต่ไม่มีใครสั่งสินค้าเลย ?
คำตอบคือ เพราะคุณกดปุ่ม Boost โพสต์โดยไม่มีการตรวจสอบกลุ่มเป้าหมาย นั่นอาจทำให้เราเสียค่าโฆษณาที่แพงกว่าความเป็นจริง หรือเลวร้ายที่สุดไม่สามารถขายสินค้าได้เลยเพราะกลุ่มคนเหล่านั้นไม่ได้สนใจสินค้าและบริการของเรา
ดังนั้นการวางกลุ่มเป้าหมาย หรือการเลือกความสนใจ Interest สินค้าและบริการของเราสิ่งที่ต้องทำเสมอ เนื่องจากเฟสบุคจะทำยิงโฆษณาโดยการสุ่ม ไปยังกลุ่มเป้าหมายที่สนใจใน Interest ที่เราได้ทำการตั้งไว้

 

2.ใช้รูปซ้ำๆหรือไม่มีการจัดวางโพสต์

ปัจจุบันแม่ค้าออนไลน์ นิยมนำรูปสินค้าจากเว็บ โดยเฉพาะเว็บไซต์จากประเทศจีน เช่น ALIBABA หรือ TAOBAOเพราะไม่ติดเรื่องลิขสิทธ์ อย่างไรก็ตามเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่ามีใครบ้างที่นำรูปนี้ไปโพสต์ประกาศขายบ้าง และผลลัพธ์ก็คือเฟสบุคจะทำให้ประสิทธิภาพของโพสต์ของเราให้ทำงานน้อยลง ดังนั้นสิ่งที่เราจะต้องทำคือการนำภาพนั้นมาแต่ง ให้แตกต่างไปจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นการลบตัวอักษรภาษาจีน หรือการตัดต่อรูปภาพให้น่าสนใจมากขึ้น ตามตัวอย่างด้านล่าง

อีกปัญหาอีกอย่างนึงก็คือไม่มีการจัดระเบียบรูปภาพ คุณรู้หรือไม่ว่าลูกค้าใช้เวลาตัดสินใจในการคลิกดู โพสต์โฆษณาของเราภายใน 3 วินาที นั่นหมายความว่า โพสต์ที่รูปสวย และ มีการวางองค์ประกอบที่ดี ย่อมดึงดูดให้ลูกค้าสนใจและทำการคลิกโพสต์ของเรา

 

3.ไม่เคยวัดผลหรือดูความคุ้มทุนของโฆษณา

ความคุ้มทุนของโฆษณาคือ จำนวนเงินที่เสียไป ต่อ จำนวนการมีส่วนร่วมกับโพสต์ ยิ่งค่านี้ต่ำยิ่งดี แต่ก็มีตัวชี้วัดอีกตัวหนึ่งคือ CTR ( Click through rate) ซึ่งไม่ควรต่ำกว่า 7 % เราขออธิบายให้เข้าใจง่ายๆนะครับ ว่า ถ้ามีคนเห็นโพสต์เรา 100 คน จะมี 7 คนที่ทำการมีส่วนร่วมกับโพสต์นี้ ไม่ว่าจะเป็นการไลค์ แชร์ หรือ คอมเม้นต์ แต่อย่างไรก็ตามยังมีอีกหลายค่าที่ต้องทำการพิจารณา เช่นค่าความถี่ ค่าใช้จ่ายต่อการมีส่วนร่วมเป็นต้น

4.ไม่เคยอัพเดทความเคลื่อนไหวในเพจ

คุณเชื่อหรือไม่ว่า มีลูกค้าหลายๆท่านก่อนซื้อของออนไลน์ จะทำการเลื่อนดูการโพสต์ของเพจย้อนหลังเพื่อดูความน่าเชื่อถือเช่น การส่งของ การรีวิวของลูกค้าคนก่อนๆเป็นต้น อย่างไรก็ตามมีแม่ค้าจำนวนมากที่ไม่ค่อยอัพเดทความเคลื่อนไหวในเพจของตัวเอง นั่นทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงไปเยอะทีเดียว

5.ไม่รู้จักสินค้าที่ตัวเองขาย ดีพอ

จากประสบการสอนพบว่า การที่เราไม่รู้จักสินค้านั้นดีพอ มีความเสี่ยงเป็นอย่างยิ่งที่จะประสบความล้มเหลวในการขายของออนไลน์โดยเฉพาะสินค้าที่เราไม่เคยได้นำมาใช้จริงๆ เพราะเราจะไม่รู้เลยว่า จุดอ่อน จุดแข็ง ของผลิตภัณฑ์นี้คืออะไร และจะมีปัญหาอย่างยิ่งเวลาที่ลูกค้าถามในเรื่องตัวผลิตภัณฑ์หรือวิธีการใช้ เอาง่ายๆนะครับ ขนาดคุณยังไม่กล้าใช้ และลูกค้าคุณหละ จะกล้าใช้หรอ?